เจ้าชายสิทธัตถะกว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้านั้นทรงต้องเสียสละความสุขส่วนพระองค์ ทรงทรมานพระวรกายอย่างยิ่งยวดเพื่อค้นหาธรรมแห่งการดับทุกข์ เมื่อตรัสรู้แล้วทรงสอนสั่งธรรมให้แก่เหล่าเวไนยสัตว์จวบจนวันสุดท้ายของพระองค์ พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์นั้นจึงหาที่สุดมิได้ แม้นพระองค์ทรงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วกว่า 2,500 ปี สิ่งใดที่เป็นเครื่องแทนพระองค์ เหล่าชาวพุทธจึงให้ความเคารพและกราบไหว้ เช่น พระพุทธรูป พระเจดีย์ หรือแม้นกระทั่ง ผ้ากาสาวพัสตร์ หรือ ผ้าไตรจีวร
ผ้าไตรจีวรเป็นผ้าที่ย้อมด้วยน้ำฝาดเป็นเครื่องนุ่งห่มของพระพุทธเจ้าและเหล่าพระสาวกในสมัยพุทธกาล และใช้สืบเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จึงถือเป็นผ้าศักดิ์สิทธิ์ แม้นผ้าไตรจีวรนี้เพียงแค่วางไว้หรือยังไม่ได้ถูกนุ่งห่ม ผู้พบเห็นผ้านี้ก็จะน้อมรำลึกถึงพระบรมศาสดาหรือเหล่าพระสาวก การหยิบจับก็จะมีความสำรวมเปรียบประหนึ่งผ้านี้เป็นผ้าที่พระพุทธองค์และพระสาวกใช้ครอง ซึ่งการจะได้ครองผ้าไตรจีวรจึงต้องผ่านพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนา คือการบวชหรือการอุปสมบท ดังนั้นการแต่งกายเลียนแบบเสมือนนำจีวรมานุ่งห่ม หรือถือตาลปัตรเลียนแบบนักบวช รวมถึงการทำหมวกที่มีลักษณะเป็นมวยพระเกษามาสวมใส่ เพื่อสร้างเป็นธีมงานเลี้ยงสังสรรค์ หรือเพื่อจุดประสงค์อื่นใดย่อมไม่สมควรด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
– เป็นการหมิ่นพระบรมศาสดา เพราะการแต่งกายล้อเลียนหรือเลียนแบบพระองค์เป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพต่อพระพุทธเจ้า
– เป็นการลดคุณค่ารัตนะดวงที่สามของพระพุทธศาสนา เพราะผ้าจีวรคือเครื่องแบบของพระภิกษุสงฆ์ การนำผ้าจีวรไปใช้เพื่อความบันเทิงหรือจุดประสงค์อื่นใดย่อมเป็นการไม่ให้ความเคารพ
– เป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดให้กับสังคม เพราะการกระทำเช่นนี้ย่อมทำให้คนนำไปลอกเลียนแบบได้
– เป็นการบั่นทอนศรัทธา เพราะบางคนอาจคิดว่าคนที่แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์คือพระจริง ๆ เมื่อมีภาพที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และนำไปสู่การหมดศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้
– เป็นปัจจัยทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมถอย เพราะการแต่งกายลอกเลียนแบบทำให้คนขาดความยำเกรงต่อพระสงฆ์หรือบางคนอาจคิดเลยเถิดไปว่าศาสนาพุทธเป็นเพียงแค่ปรัชญา ผู้คนขาดความเคารพนบนอบ จึงเป็นสิ่งที่น่าสลดใจ
ขอท่านโปรดช่วยกันดูแลพระพุทธศาสนา ให้คงอยู่ ให้งดงาม เพื่อยังศรัทธาให้หนักแน่น เคียงคู่กับความเป็นศาสนาประจำชาติของไทยเราสืบไป